ผ้าทอนาหมื่นศรี
เผยแพร่เมื่อ 18/03/2557
share.label:
ผ้าทอมือ คืองานศิลปที่ถักทอความเอื้ออาทร เพื่อการแบ่งบันด้วยความงาม และน้ำใจ การเป็นเจ้าของผ้าทอเพียงหนึ่งผืนของท่าน จึงมีความสำคัญยิ่งต่อการสร้างงานในชุมชน และการดำรงอยู่ของมรดกแห่งภูมิปัญญาไท และมรดกแห่งมนุษยชาติ
ผ้าทอนาหมื่นศรี เป็นผ้าสมัยปัจจุบันที่เริ่มต้นรวมกลุ่มกันทำงาน และเป็นที่รู้จักในช่วง 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ โดยใช้สีย้อมเคมี ซึ่งให้สีที่สดใส เข้ากับยุคสมัย และยังสามารถนำไปแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นๆได้อีก ทำให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางแพร่หลายในจังหวัดตรัง และจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก ตำบลนาหมื่นศรี, อำเภอนาโยง, จังหวัดตรัง อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมือง จังหวัดตรังประมาณ 11 กม. เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวไทยพุทธที่ทำเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำนา และสวนยาง เป็นอาชีพหลัก ชาวบ้านยังมีวิถีชีวิตที่สงบกลมกลืน กับธรรมชาติ ในอดีต ลานใต้ถุนเรือนไม้ของชาวนาหมื่นศรีทุกหลังจะมี "โหก” หรือว่า "หูก” หรือ "กี่พื้นบ้าน” ตั้งอยู่และมีอุปกรณ์ทอผ้าแขวนไว้บนเพดานใต้ถุน การทอผ้าของชาวนาหมื่นศรีถูกผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จากภาวะขาดแคลนเส้นใยสังเคราะห์ย้อมสีสำเร็จรูป ซึ่งมาทดแทนฝ้ายพื้นบ้านย้อมสีธรรมชาติที่ใช้กันมาแต่เดิม ทำให้การทอผ้าหยุดชะงักไประยะหนึ่ง ยุคอุตสาหกรรมเฟื่องฟู ผ้าจากโรงงานที่มีสีสันสดใส ราคาถูก หาซื้อง่ายเข้ามาแทนที่ผ้าทอมือ ทำให้ความนิยม ค่านิยมของคนทอผ้า และผู้ใช้ผ้าทอมือเปลี่ยนไป โหกที่เคยใช้งานถูกทอดทิ้งหรือทำลายไป ปี 2514 ชาวบ้านที่ยังทำงานทอผ้าแบบดั้งเดิมด้วยความผูกพัน กับมรดกวัฒนธรรมที่เสมือนเป็นชีวิตจิตใจมารวมกลุ่มกันทอผ้า เพื่อใช้เพื่อแบ่งขายให้เพื่อนบ้าน และนำไปขายนอกหมู่บ้านตามอัตภาพ โดยการนำของนางนางช่วยรอด ปี 2516-2533 เริ่มมีการส่งเสริมจากหน่วยงานต่างๆในภาครัฐ ทำให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นได้รับการอบรม เพื่อเพิ่มเติมความรู้ และเทคนิคการทอผ้าด้วยกี่กระตุก แต่การส่งเสริมดังกล่าวมิได้ทำให้การทอผ้า ของชาวนาหมื่นศรีพัฒนาไปสู่การเป็นอาชีพหลัก หรืออาชีพเสริมที่ยั่งยืน กลุ่มจึงประสบภาวะหมดกำลังใจจากการผลิตที่ไม่มีทางออกด้านการตลาด สมาชิกเริ่มหันไปประกอบอาชีพอื่น ลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์จำนวนมาก ค่อยๆหมายไปจากวิถีการทอผ้าของช่างรุ่นหลังที่ยังคงทอผ้าอย่างต่อเนื่องซึ่ง มีอยู่ประมาณ 10คน โดยการนำของนางกุศล นิลละออ เริ่มกันใหม่ เพื่อไปสู่ความมั่นคง ปี 2534 ศูนย์ส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เข้าสำรวจสถานภาพการทอผ้าพื้นบ้านภาคใต้ที่นาหมื่นศรี และเริ่มพูดคุยกันถึงคุณค่า และความสูญเสียถ้าเราปล่อยให้การทอผ้าที่นี่หมดไป สร้างกำลังใจ ความมั่นใจ และร้อยรวมใจกันใหม่ เริ่มด้วยการศึกษาเพื่อถอดบทเรียนจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของกลุ่ม เปลี่ยนแปลงวิธีคิดกันใหม่ตรวจสอบความตั้งใจ สร้างกระบวนการเพื่อต่อสู้กับปัญหาอุปสรรค และหาทางแก้ไขร่วมกัน 7ปี กับการเตรียมพร้อมของสมาชิกเพื่อเริ่มฟื้นฟูกลุ่มขึ้นใหม่ในปี 2540 โดยการสนับสนุนของกองทุนส่งเสริม และพัฒนาผ้าทอพื้นบ้านภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีปณิธานว่าชาวบ้าน และทีมงานที่ส่งเสริม พร้อมจะเรียนรู้ และต่อสู้ไปด้วยกัน และพัฒนากลุ่มให้เข้มแข็งเพื่อสืบสานมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่าจนสามารถทำเป็น อาชีพที่พึ่งพาตเองอย่างยั่งยืนต่อไป ณ ปัจจุบัน สมาชิกลุ่มมี 84คน เน้นการทำงานระบบกลุ่มเพื่อนำไปสู่ระบบธุรกิจชุมชน ส่งเสริมให้สมาชิกมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ และเชื่อมโยงกับชุมชน โดยเน้นการพัฒนาอย่างมีสติปัญญา เพื่อไปสู่ดุลยภาพของชีวิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถแบ่งบันกับสังคมส่วนรวม ผืนผ้าที่มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ เกิดจากการทอด้วยวิธียกดอก หรือการสร้างลวดลายโดยการเพิ่มด้ายพุ่ง ซึ่งอาจจะทอด้วยกี่พื้นบ้าน (ภาษาถิ่นใต้เรียกว่า โหก) หรือกี่กระตุกทำให้ได้ผืนผ้าตามวัตถุประสงค์กรใช้งานที่หลากหลายซึ่งผืนผ้า นั้นอาจจะทอจากผ้าย้อมสีธรรมชาติ หรือฝ้ายผสมเส้นใยสังเคราะห์ย้อมสีเคมี ทั้งนี้เพื่อให้สามารถตอสนองความต้องการของผู้นิยมใช้ผ้าทอมืออย่างกว้าง ขวาง
การดูแลรักษาผ้าทอนาหมื่นศรีผ้าที่ทอด้วยฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ควรแยกซัก และใช้น้ำยาซักผ้าอย่างอ่อน ตากในที่ร่ม และรีดด้วยความร้อนขนาดปานกลาง ควรหลีกเลี่ยงการเปื้อนด้วยของที่มีรสเปรี้ยว, กรด, ด่าง ผ้าที่ทอด้วยฝ้ายผสมเส้นใยสังเคราะห์ สามารถซักรีดได้เช่นเดียวกับผ้าโดยทั่วไป